ถ้าพูดถึงเมนูที่อยู่คู่ร้านน้ำชา และตลาดเช้าของไทยมานาน “สังขยา” คือหนึ่งในรสชาติคลาสสิกที่หลายคนจดจำได้ตั้งแต่วัยเด็ก ที่มักเสิร์ฟคู่กับขนมปังนึ่งร้อน ๆ หรือขนมปังปิ้งกรอบ ๆ สังขยาไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็นรสชาติของความทรงจำวัยเด็ก เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ทั้งในแง่รสชาติและวัฒนธรรม
แต่ในปัจจุบัน สูตรสังขยาได้ถูกปรับโฉมให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรสชาติใหม่ ๆ อย่างชาไทย ใบเตย ชาเขียว หรือไข่เค็ม ไปจนถึงการเสิร์ฟในรูปแบบจับคู่เบเกอรี ฟิวชัน ที่มีความหลากหลายและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ “สังขยา” ไม่ได้เป็นเพียงขนมธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นเมนูที่มีศักยภาพเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง
เพราะเข้าใจโลกของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง “นกเหยี่ยวฟอลคอน” จึงพร้อมมาเผยเคล็ดลับการเลือกใช้วัตถุดิบหลักอย่างนมข้นจืดและข้นหวาน ที่ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเสริมรสชาติให้เมนูสังขยาโดดเด่นขึ้นกว่าที่เคย พร้อมแนะนำแนวทางการจับคู่เมนูเบเกอรี่ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้จริง ติดตามเทคนิคทั้งหมดได้ในบทความนี้
สังขยาดั้งเดิม – กลิ่นอายของความทรงจำที่ยังตรึงใจ
สูตรสังขยาดั้งเดิมที่เราคุ้นเคย เน้นความเรียบง่ายแต่มากด้วยเสน่ห์ ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักมีเพียงไม่กี่อย่าง เช่น ไข่เป็ด กะทิ และน้ำตาลทราย โดยรสชาติของสังขยาแบบดั้งเดิมนี้จะหวานมัน เค็มเล็กน้อยพอให้ตัดรส มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม แต่มีเนื้อข้น และรสชาติที่หนักแน่น เป็นการเน้นรสของความเป็นธรรมชาติแบบที่คนไทยคุ้นเคย นิยมเสิร์ฟคู่กับขนมปังนึ่งร้อน ๆ คู่กับกาแฟในช่วงเช้า หรือเป็นของว่างคู่กับน้ำชายามบ่าย ทำให้ สังขยาดั้งเดิม กลายเป็นรสชาติแห่งวันวานที่ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน
แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของคาเฟ่และร้านเบเกอรี ความต้องการในตลาดก็เปลี่ยนตาม จึงเกิดเป็น สูตรสังขยาแบบใหม่ ที่เน้นความละมุน ทานง่าย เนื้อเนียนสไตล์คัสตาร์ด รสชาติหวานมันกลมกล่อม พร้อมลดกลิ่นคาวไข่ให้น้อยลงเพื่อให้กินง่ายมากขึ้น เราจึงเริ่มเห็นการประยุกต์ใช้วัตถุดิบอย่าง นมข้นจืด นมข้นหวาน หรือครีมเทียมข้นหวาน เพื่อเพิ่มความหอมมันแถมยังให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่เสถียร อีกทั้งยังมีการรังสรรค์รสชาติที่มีความหลากหลายขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับ เมนูสังขยา และตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการทั้งรสชาติและภาพลักษณ์ของเมนูที่ดูพรีเมียม
สังขยาไข่ – จุดเริ่มต้นของสังขยาแบบดั้งเดิม
สังขยาไข่เป็นจุดเริ่มต้นของสังขยาแบบดั้งเดิมของไทย โดยมีต้นกำเนิดในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา จากท้าวทองกีบม้า ที่ได้มีการประยุกต์สูตรขนมคัสตาร์ดแบบตะวันตกที่ใช้ไข่แดงและน้ำตาลเป็นหลัก ให้เข้ากับวัตถุดิบไทยอย่างกะทิกลายเป็นคัสตาร์ดแบบไทย หรือที่เราเรียกว่า “สังขยาไข่” ที่มีความหอม เข้มข้น และรสชาติหวานมัน ถูกปาก ถูกใจคนไทยจนได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน
เสน่ห์ของสังขยาใบเตย – รสชาติดั้งเดิมที่ส่งต่อตามกาลเวลาแต่ยังคงเป็นที่นิยม กลิ่นหอมละมุนแบบธรรมชาติ
หนึ่งในรสชาติยอดนิยมที่ไม่มีใครไม่รู้จักคือ “สังขยาใบเตย” ที่มีสีเขียวสด โดยมีเสน่ห์อยู่ที่รสชาติที่กลมกล่อม กลิ่นหอมละมุนของใบเตย และรสชาติที่ลงตัวระหว่างความหวานนุ่มกับความมันของกะทิหรือไข่ สังขยาใบเตยถือเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากประเทศไทยเริ่มรับวัฒนธรรมจากนานาชาติมากขึ้น จึงมีการเพิ่มมิติด้านกลิ่นและสีให้กับสังขยาไข่แบบดั้งเดิม โดยยังคงรากฐานจากสูตรไข่และกะทิแบบดั้งเดิมอยู่ เพียงเพิ่มใบเตยสดคั้นลงไป เพื่อให้ตัวสังขยามีความหอมละมุน และมีสีสันที่น่าทานมากยิ่งขึ้น การผสมรสชาติของวัตถุดิบพื้นบ้านที่ลงตัว เกิดเป็นเอกลักษณ์ และถือเป็นจุดกำเนิดการต่อยอดรสชาติของสังขยาเลยก็ว่าได้
จะเป็นอย่างไรถ้าใช้นมข้นจืดแทนกะทิ?
การแทนที่กะทิด้วยนมข้นจืดไม่ได้เพียงแต่ลดต้นทุน แต่ยังเปลี่ยนคุณภาพของสังขยาในหลายมิติ ทั้งเชิงเคมีกายภาพ เนื้อสัมผัส รสชาติ และกลิ่นรส ดังนี้
เนื้อสัมผัสและความเข้มข้น
นมข้นจืดมีโปรตีนสูงกว่า แต่มีไขมันต่ำกว่ากะทิ ส่งผลให้เนื้อสังขยามีความข้น เนื้อสัมผัสแน่น และคงตัวมากกว่าสูตรกะทิล้วน
รสชาติความหวาน
การเลือกใช้นมข้นจืดในการทำสังขยา ช่วยเติมความหวานที่ละมุนและชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากในนมมีน้ำตาลแลกโตสตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้รสชาติของสังขยาดูมีมิติและกลมกล่อมมากกว่าเดิม ดังนั้น สูตรที่ใช้นมข้นจืดทดแทนกะทิ อาจต้องปรับลดน้ำตาลลง เพื่อไม่ให้สังขยาหวานจะเกินไป ซึ่งก็มีส่วนช่วยในการลดต้นทุนของน้ำตาลได้อีกทางหนึ่ง
กลิ่นหอมเด่นชัด
ไขมันที่น้อยลงทำให้กลิ่นใบเตยออกมาชัดขึ้น แต่ถ้าใช้นมข้นจืดมากเกินไป กลิ่นนมอาจกลบกลิ่นใบเตยได้ เนื่องจาก นมข้นจืดมี “cooked flavor” เฉพาะตัวจากกระบวนการผลิต
ต้นทุนและความคุ้มค่า
ต้นทุนวัตถุดิบเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ปัจจุบันกะทิมีราคาสูงกว่านมข้นจืดต่อหน่วยประมาณ 20–30% การใช้นมข้นจืดจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะในสายการผลิตเชิงพาณิชย์ อีกทั้งนมข้นจืดยังผ่านกระบวนการ commercial sterilization ทำให้ปลอดภัยต่อการเก็บรักษาและยืดอายุผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่า
นกเหยี่ยว ฟอลคอน: ตัวช่วยในการคุมคุณภาพและต้นทุน สำหรับ เมนูสังขยา
จุดหนึ่งที่น่าสนใจในมุมของธุรกิจอาหารคือการปรับสูตรวัตถุดิบเพื่อให้เหมาะสมกับต้นทุนและการผลิตในปริมาณมาก โดยเฉพาะการใช้นมข้นจืดแทนกะทิในสูตรสังขยา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้เนื้อครีมมีความเนียน ไม่เหนียวหนืด แต่ยังช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนมข้นจืดมีต้นทุนที่น้อยกว่าแต่มีความสม่ำเสมอของคุณภาพมากกว่ากะทิที่มีความผันผวนตามฤดูกาล
นอกจากนี้ยังมีการนำนมข้นหวานมาทดแทนการใช้น้ำตาลแบบเดิม ยังช่วยเสริมในหลายมิติทั้งด้านรสชาติให้หวานละมุน กลมกล่อม ไม่หวานแหลมจนเกินไป และที่สำคัญคือช่วย ลดโอกาสการเกิดการตกผลึกของน้ำตาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสูตรที่ใช้น้ำตาลทรายแบบเดิม การตกผลึกทำให้เนื้อสังขยาไม่เรียบเนียนและเสียสัมผัสที่ควรจะนุ่มละมุน
ดังนั้นการพัฒนาสูตรสังขยาด้วยการเลือกใช้นมข้นจืดมาทดแทนในทุกสัดส่วนของกะทิ และใช้ข้นหวานมาทดแทนการใช้น้ำตาล จึงไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังช่วยให้ควบคุมคุณภาพสินค้าได้ง่ายขึ้น เพิ่มเสถียรภาพในการจัดการวัตถุดิบ และสร้างความคุ้มค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว ทั้งในแง่ของรสชาติที่คงที่ การผลิตที่รวดเร็ว และการสร้างกำไรที่ยั่งยืน
การสร้างสรรค์เมนูสังขยาที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ เริ่มต้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสม และ “นกเหยี่ยว ฟอลคอน” ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เชฟและร้านเบเกอรีมืออาชีพไว้วางใจมากที่สุด ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกขั้นตอนของการทำสังขยา ไม่ว่าจะเป็นสูตรดั้งเดิมหรือสูตรครีเอทีฟ
ข้นจืด นกเหยี่ยว ฟอลคอน – เนื้อเนียน ละมุน ไม่ข้นหนืด
ใน สูตรสังขยา แบบมืออาชีพ การควบคุม “เนื้อสัมผัส” ให้พอดีคือสิ่งสำคัญ ซึ่ง “นมข้นจืด Falcon” ช่วยให้ครีมสังขยานุ่มเนียน โดยไม่เหนียวหนืดจนเกินไป นั่นเพราะนมชนิดนี้มีสัดส่วนไขมันและโปรตีนที่พอเหมาะ ช่วยให้ส่วนผสมผสานกันได้ดี ไม่แยกชั้นง่าย ทั้งยังช่วยลดกลิ่นคาวจากไข่ได้อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านที่ต้องการทำ สังขยา ปริมาณมาก เก็บได้นาน และยังคงเนื้อสัมผัสที่นุ่มลื่นเมื่ออุ่นซ้ำหรือแช่เย็น
นอกจากนี้ นมข้นจืดยังเป็นวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่อหน่วยคุ้มค่า สามารถใช้ได้กับทั้ง สูตรสังขยาดั้งเดิม และสูตรสร้างสรรค์อย่างชาไทยหรือมัทฉะ ทำให้ปรับสูตรได้ง่ายตามความต้องการ โดยไม่เสียความเนียนละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ของสังขยาที่ดี
ข้นหวาน ฟอลคอนถุงบีบ – รสหวานมันพอดี ไม่มีตกผลึก
อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนเจอเมื่อทำ สูตรสังขยา คือ “น้ำตาลตกผลึก” หรือเนื้อครีมแยกชั้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียรสสัมผัส ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมนูอีกด้วย โดยเฉพาะหากเสิร์ฟในร้านที่ต้องการความพรีเมียม การใช้น้ำตาลทรายอาจไม่ใช่คำตอบ
“นมข้นหวาน Falcon” จึงเข้ามาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ เพราะสามารถใช้แทนน้ำตาลทรายได้โดยตรง ให้รสหวานมันกลมกล่อมแบบ “ขนมไทยฟีลคาเฟ่” ลดโอกาสตกผลึก และช่วยให้ครีมไม่แยกชั้นแม้ผ่านความร้อนหรือแช่เย็น ที่สำคัญยังช่วยเสริมความหอมมันของสังขยา ทำให้เมนูที่คุณเสิร์ฟดูพรีเมียมและน่าทานมากยิ่งขึ้น
ประยุกต์รสชาติใหม่ ๆ เพิ่มมูลค่าให้สังขยาแบบเดิม ๆ
ในยุคที่เทรนด์การกินของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความนิยมในเมนูของหวานอย่าง สังขยา ก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาเมนูสังขยาให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่ “ขนมปังจิ้มสังขยา” แบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่มีการปรับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ละมุน หวานพอดี และเข้ากันได้ดีกับเมนูเบเกอรี่และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ทำให้สังขยา กลายเป็นเมนูที่ต่อยอดได้อย่างสร้างสรรค์ในร้านขนมยุคใหม่
การมีสูตรสังขยาหลากหลายชนิดในร้าน ไม่เพียงแค่เพิ่มสีสันให้กับเมนูเบเกอรี แต่ยังสามารถช่วยให้ร้านสามารถจัดโปรโมชันหมุนเวียนรายเดือน หรือสร้างเซตเมนูตามธีม เช่น “ชุดสังขยา 4 ภาค” หรือ “เบเกอรีสไตล์ไทยโมเดิร์น” ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขาย กลายเป็นจุดขายที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ด้วยรสชาติและหน้าตาที่แตกต่างกันในแต่ละเมนู ซึ่งสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของขนมแต่ละชนิดได้อย่างลงตัว เช่น:
- สูตรสังขยาชาไทย – ให้รสเข้มข้นและกลิ่นชาไทยแบบดั้งเด่น มีสีส้มสวยงาม ช่วยเพิ่มเสน่ห์แบบไทยๆ ให้เมนูอย่างเดนิชหรือครัวซองต์ กลายเป็นเมนูฟิวชันที่สะดุดตา
- สูตรสังขยานมสด – เนื้อเนียนนุ่ม กลิ่นหอมนม รสหวานละมุน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นไส้ในขนมปังปอนด์หรือขนมปังญี่ปุ่น ที่เน้นความนุ่มฟูและรสนุ่มนวล
- สูตรสังขยาชาเขียว – หอมละมุนกลิ่นชาเขียวแท้ สัมผัสได้ถึงรสชาติอูมามิ ของมัทฉะที่ผสานเข้ากับความหวานนุ่มของสังขยาได้อย่างลงตัว เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด เหมาะสำหรับเสิร์ฟคู่กับเบเกอรีสไตล์ฟิวชัน เช่น ครัวซองต์มัทฉะเดนิช หรือจะใช้เป็นไส้ในขนมปังนุ่มสไตล์ญี่ปุ่นก็ยิ่งเพิ่มมิติความหอมละมุนให้เมนูดูพรีเมียมและน่าสนใจยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนรักสุขภาพหรือผู้ที่ชื่นชอบรสชาติชาเขียวเป็นพิเศษ
- สูตรสังขยาใบเตย – กลิ่นหอมของใบเตยสดแท้และสีเขียวอ่อนจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบไทย เหมาะกับเมนูทานเล่นหรือของหวานหลังอาหาร
- สูตรสังขยาเผือก – เพิ่มความหวานละมุนและเอกลักษณ์แบบไทยๆ ในทุกคำที่ลิ้มลอง ด้วยเมนูสังขยาเผือก ที่ทำจากเผือกบดละเอียด จนได้เนื้อเนียนนุ่ม รสชาติหวานมัน หอมกลิ่นเผือกแบบธรรมชาติ
- สังขยามันม่วง – เปลี่ยนมันม่วงให้เป็นเมนูสังขยายอดฮิต สร้างความแตกต่างด้วยรสชาติและสีสันที่โดดเด่น เหมาะกับร้านที่ต้องการนำเสนอเมนูแนวครีเอทีฟ ที่สะท้อนเทรนด์สุขภาพหรือแนวอาหารธรรมชาติ
เทคนิคการจับคู่: สังขยา + เบเกอรี = เมนูสังขยา ขายดี
การสร้างสรรค์เมนูสังขยาที่โดดเด่น ไม่ใช่แค่เรื่องของสูตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจับคู่กับเบเกอรีให้เหมาะสม เพื่อยกระดับรสชาติ สร้างเอกลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ร้านเบเกอรีหลายแห่งใช้ในการสร้างเมนูซิกเนเจอร์ และเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น:
ขนมปังแลบลิ้น
เมนูสุดครีเอตที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขนมปังแลบลิ้นคือขนมปังแผ่นหนาที่ถูกผ่าและบีบไส้สังขยาออกมาให้ล้นน่ากิน ราวกับ “แลบลิ้น” ออกมาจากแป้ง ตัวขนมปังควรเลือกชนิดเนื้อนุ่ม เช่น ขนมปังนม ขนมปังฮอกไกโด เพื่อให้เข้ากันได้ดีกับสังขยาใบเตย ชาไทย หรือรสอื่น ๆ ที่มีเนื้อเนียนนุ่มและกลิ่นหอม สร้างจุดเด่นที่ทั้งอร่อยและถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วสะดุดตาเครปเค้ก / เค้ก
สังขยาโดยเฉพาะรสใบเตยและชาไทยสามารถนำมาใช้เป็นซอสราดหรือไส้ของเครปเค้กได้ดี ด้วยความที่เนื้อสังขยามีความข้นกำลังดีและไม่แยกตัวง่าย ทำให้ราดหรือสอดไส้ได้โดยไม่ทำให้เนื้อเค้กชื้นเกินไป กลายเป็นเมนู “เครปเค้กสังขยา” หรือ “เค้กชาไทยสังขยา” ที่มีเสน่ห์แบบไทยผสมฝรั่ง เหมาะมากสำหรับคาเฟ่หรือร้านเบเกอรี่ที่ต้องการเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยให้เมนูเค้กครัวซองต์
ความกรอบของครัวซองต์เมื่อนำมาจับคู่กับสังขยา จะยิ่งตัดรสได้ดี โดยเฉพาะสังขยาที่มีความละมุนและไม่หวานจัด เช่น สังขยาไข่เค็ม หรือสังขยาใบเตย รสหวานมันกำลังดีสามารถนำมาเป็นไส้ของครัวซองต์ได้อย่างลงตัว จะใช้วิธีอัดไส้ในตัวแป้ง หรือบีบสังขยาท็อปด้านบนก็ให้ความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัย เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับครัวซองต์ธรรมดา ๆ ได้อย่างน่าสนใจโดนัท
โดนัทนุ่ม ๆ เมื่อจับคู่กับสังขยา จะกลายเป็นเมนูฟิวชันที่ทั้งน่ารักและน่าทาน ไม่ว่าจะเป็น “โดนัทไส้สังขยา” ที่บีบไส้ไว้ด้านใน หรือนำสังขยามาเป็นท็อปปิ้งบนโดนัทก็ได้เช่นกัน สังขยารสยอดนิยมอย่างชาไทย ใบเตย และไข่เค็ม เหมาะอย่างยิ่งในการทำให้โดนัทดูโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ทั้งยังเป็นเมนูที่ต้นทุนไม่สูง แต่สามารถตั้งราคาขายได้ดี โดยเฉพาะหากจัดแพ็กเกจสวยงาม
สูตรสังขยา = ความแตกต่างที่สร้างได้
จะเห็นได้ว่า “สังขยา” ไม่ใช่แค่ขนมไทยแบบดั้งเดิม แต่คือการสร้างสรรค์และการนำสูตรประยุกต์และดัดแปลงให้โดดเด่นในโลกเบเกอรี่และเครื่องดื่มยุคใหม่ ใครที่กำลังหาเมนูเพิ่มกำไร ทำง่าย และเข้าถึงใจลูกค้า ซึ่งการเลือกใช้ “สูตรสังขยา” ที่ดีและมีเอกลักษณ์ ไม่เพียงแค่ช่วยเติมรสชาติให้เมนูของร้าน แต่ยังสามารถยกระดับภาพลักษณ์ของร้านให้ดูโดดเด่น และมีสไตล์เฉพาะตัว
ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงอย่างผลิตภัณฑ์จาก Falcon โดยเฉพาะนมข้นจืดและข้นหวาน จะช่วยให้สังขยามีความหวานละมุน เนื้อสัมผัสเนียนคงที่ และสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่แยกชั้น สามารถต่อยอดสูตรพื้นฐานนี้เป็น เมนูสังขยาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมปังสังขยาไส้ทะลัก สังขยาทาขนมปัง ครัวซองต์หน้าสังขยาไข่เค็ม ปังปิ้งสังขยามันม่วง เครปเค้กสังขยาชาไทย หรือใช้เป็นไส้เบเกอรีต่าง ๆ ซึ่งมนูเหล่านี้สามารถพลิกโฉมหน้าร้านเบเกอรีให้มีความร่วมสมัย และเป็นที่จดจำได้ไม่ยาก เพราะไม่ว่าจะทำกี่ครั้ง รสชาติก็ยัง “อร่อย มาตรฐาน คงที่” พร้อมเสิร์ฟความพิเศษให้ลูกค้าได้ในทุกคำ




